รู้เขา รู้เรา ก่อนสั่งงานพิมพ์

×

 

1ทำความรู้จักเครื่องพิมพ์ "อิงก์เจ็ต" (Inkjet)

อิงก์เจ็ต เป็นระบบเครื่องพิมพ์แบบหมึกพ่นที่ทำงานโดยอาศัยแม่สีหลัก 4 สี ได้แก่ Cyan (ฟ้าอมเขียว), Magenta (แดงอมม่วง), Yellow (เหลือง) และ Black (ดำ) หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ CMYK

เครื่องพิมพ์ระดับโปรเฟสชันนัลในโรงพิมพ์บางรุ่น อาจมีการเพิ่มสีพิเศษ เช่น Light Cyan และ Light Magenta เข้าไป เพื่อเสริมให้ภาพพิมพ์มีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และมีมิติที่สมจริงมากยิ่งขึ้น

2งานอิงก์เจ็ต "ไม่มีการทำเพลตสี"

เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตขนาดใหญ่ถูกควบคุมการสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์โดยตรง (หลักการคล้ายกับเครื่องพรินเตอร์ที่ใช้ตามบ้าน) ดังนั้น งานพิมพ์อิงก์เจ็ตจึงไม่ต้องมีการทำเพลตสีเหมือนกับระบบซิลก์สกรีน (Silkscreen) หรือระบบออฟเซต (Offset)

ข้อควรระวัง: หากคุณไปร้านพิมพ์อิงก์เจ็ตแล้วมีการเรียกเก็บ "ค่าทำเพลต" ขอให้ทราบไว้เลยว่านั่นคือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครับ
3นามสกุลไฟล์แบบไหน... ถึงจะส่งพิมพ์ได้?

แม้วิธีการทำงานจะคล้ายพรินเตอร์ทั่วไป แต่งานพิมพ์ภาพขนาดใหญ่มักมีความจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน เพื่อให้ภาพยังคงรักษาคุณภาพและความละเอียดไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ไฟล์งานมาตรฐานที่รองรับ ได้แก่:

  • .ai, .eps, .pdf (กลุ่มไฟล์เวกเตอร์ มาตรฐานสูงสุด)
  • .psd, .tiff (กลุ่มไฟล์ภาพความละเอียดสูง)
  • .jpg, .png (ใช้ได้ในกรณีที่ภาพมีความละเอียดเพียงพอ)
หมายเหตุ: ไฟล์งานจาก Microsoft Office (Word, PowerPoint ฯลฯ) จะไม่สามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรง จำเป็นต้องแปลงเป็นไฟล์นามสกุลข้างต้นก่อนเสมอ
4ไขข้อข้องใจ "ทำไมรูปถึงแตก? ทั้งที่ในจอไม่เห็นแตก"

งานกราฟิกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความคมชัดเมื่อขยายภาพ:

  • ไฟล์ Vector (งานวาดเส้น/กราฟิก): มักสร้างจากโปรแกรมอย่าง Illustrator ภาพประเภทนี้สามารถขยายได้เป็นร้อยเป็นพันเท่าโดยที่ "ภาพไม่แตก"
  • ไฟล์ Photo / Raster (งานภาพถ่าย): เกิดจากเม็ดพิกเซลเล็กๆ เรียงต่อกัน ทุกครั้งที่คุณขยายภาพใหญ่ขึ้น ความละเอียดจะลดลง ดังนั้นภาพจะแตกหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือ 1) ภาพต้นฉบับมีขนาดใหญ่แค่ไหน และ 2) งานพิมพ์ที่ต้องการมีขนาดเท่าไหร่
ตัวอย่าง: หากนำภาพถ่ายจากมือถือขนาด 1 MB ไปขยายทำบิลบอร์ด 20x20 เมตร ภาพย่อมแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากนำภาพเดียวกันมาทำโปสเตอร์ขนาด 60x80 ซม. ภาพจะยังคงดูคมชัดในระยะที่สายตามองเห็น
5ความสำคัญของการปรู๊ฟสี (Color Proofing)

หากสีคือหัวใจสำคัญในงานของคุณ เช่น สีโลโก้แบรนด์ (Corporate Identity) หรือสีบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ ขอแนะนำให้ทำการ "ปรู๊ฟสี" ก่อนสั่งผลิตงานจริงทุกครั้ง (แม้จะเป็นการสั่งพิมพ์ซ้ำหรือ Reprint ก็ตาม)

เนื่องจากการพิมพ์อิงก์เจ็ตเป็นการพิมพ์ผสมสี โอกาสที่สีจะคลาดเคลื่อนจึงมีมากกว่าระบบออฟเซต การสั่งงานโดยอ้างอิงเพียงรหัสสี Pantone ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ปรู๊ฟสีงานจริง อาจทำให้เกิดความผิดพลาดและได้ชิ้นงานที่สีไม่ตรงตามความต้องการได้

Facebook ดูผลงาน LINE Chat สั่งสินค้า